กทม.ไม่เปลี่ยนทรงผมเด็กนักเรียนเหตุตัดเกรียนไม่มีปัญหา


เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายโกสิน เทศวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีคำสั่งให้โรงเรียนในสังกัด เลิกบังคับนักเรียนชายไถหัว ทรงลานบิน นักเรียนหญิงตัดสั้นเสมอหู ตามกฎกระทรวงฉบับล่าสุด ปี 2518 และอนุญาตนักเรียนชายไว้ผมรองทรง นักเรียนหญิงเลือกไว้ผมสั้น หรือยาวได้ตามความชอบนั้น ในส่วนของโรงเรียนในสังกัด กทม.ที่มีนักเรียนประมาณ 300,000 คนนั้น ยังไม่มีคำสั่งให้ดำเนินการตามที่ ศธ.สั่งการ เพราะโรงเรียนในสังกัด กทม.ก็มีกฎระเบียบปฏิบัติชัดเจนอยู่แล้ว อีกทั้งนักเรียนส่วนใหญ่ก็จะเป็นชั้นอนุบาลและชั้นประถมศึกษา

"ที่ผ่านมายังไม่มีปัญหาร้องเรียนในเรื่องทรงผมจากผู้ปกครองหรือนักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม. ส่วนนักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาในสังกัด กทม.ก็มีเพียงไม่กี่ร้อยคน กทม.มีกฎให้ไว้ผมรองทรง และผู้หญิงก็ไว้ผมยาวได้อยู่แล้ว เบื้องต้นจึงยังคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนตาม ศธ.แต่อย่างใด แต่ก็ได้ยินเพียงแต่กระแสข่าวเท่านั้น หากได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจาก ศธ.จะมีการพิจารณาอีกครั้ง"


ข่าว จาก ...มติชนออนไลน์

สพฐ.เร่งคลอดเกณฑ์"วิทยฐานะ"ใหม่ เน้นสมรรถนะครู-ผลสัมฤทธิ์นักเรียน เล็งนำร่อง3สาขา"อังกฤษ-คณิต-วิทย์"


เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าในการจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะ ว่า ขณะนี้สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังจัดทำหลักเกณฑ์ในเรื่องนี้อยู่ ซึ่ง สพฐ.จะให้ใช้การประเมินในสาขาวิชาที่มีความพร้อมก่อนใน 3 สาขาวิชา คือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยมีแนวทางเบื้องต้นว่าในการขอให้มีและเลื่อนวิทยฐานะ จะไม่เน้นการทำผลงานทางวิชาการ แต่จะประเมินสมรรถนะของครูผู้สอน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน อย่างคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) เป็นสำคัญ เป็นต้น ส่วนผลงานวิชาการจะให้ทำคล้ายๆ สารนิพนธ์ มีความหนาไม่เกิน 50 แผ่น จากเดิมที่การทำผลงานจะมีความหนามากกว่า 50 แผ่น

นายชินภัทรกล่าวว่า ด้านขั้นตอนการประเมินนั้น ครูที่จะเข้ารับการประเมินวิทยฐานะจะต้องผ่านการทดสอบสมรรถนะจากหน่วยงานกลางตามที่กำหนดไว้ก่อน จึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการประเมิน โดยการนำใบรับรองสมรรถนะมายื่นได้ ทั้งนี้ วิทยฐานะชำนาญการจะต้องผ่านการประเมินสมรรถนะระดับต้น วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ต้องผ่านประเมินสมรรถนะระดับกลาง และวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ต้องผ่านการประเมินสมรรถนะระดับสูง ส่วนการส่งกรรมการลงไปประเมินในระดับสถานศึกษานั้น อาจลงไปตรวจสอบข้อมูลครูที่ขอเข้ารับการประเมินว่าเป็นอย่างไร อย่างกรณีสมรรถนะของเด็ก จะต้องไปดูในโรงเรียนว่าเด็กมีสมรรถนะจริงตามที่แจ้งหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีประจักษ์พยานที่ชัดเจน

"การประเมินวิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะนี้ จะเปิดโอกาสให้ครูได้เลื่อนวิทยฐานะเพิ่มขึ้น เช่น ภาษาอังกฤษ ที่ผ่านมามีครูผ่านการประเมินไม่ถึง 10% ของผู้ที่เข้ารับการประเมิน แต่วิธีการประเมินใหม่นี้จะเป็นธรรมมากขึ้น ใครที่ตั้งใจทำงานแต่เขียนผลงานไม่เก่ง จะมีสิทธิผ่านประเมินมากยิ่งขึ้น เพราะจะดูผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน และสมรรถนะผู้สอนเป็นหลัก" นายชินภัทรกล่าว

นายชินภัทรกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์นั้น จะให้สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ช่วยทำหน้าที่ประเมินสมรรถนะของผู้ที่จะเข้ารับการประเมิน เนื่องจาก สสวท.มีความเชี่ยวชาญใน 2 วิชานี้ ทั้งนี้ สพฐ.จะเร่งจัดทำรายละเอียดให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อนำไปใช้ในการประเมินวิทยฐานะต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เห็นชอบในหลักการแล้ว จึงไม่น่าจะต้องนำเสนอให้อนุมัติอีกครั้ง

(ที่มา:มติชนรายวัน 26 ธ.ค.2555)

นักเรียนทั่วปท.เฮ ! ศธ.ส่งหนังสือเวียนแจ้งโรงเรียนเลิกบังคับตัดผมเกรียน-ผู้หญิงไว้ผมยาวได้




เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับแบบทรงผมของนักเรียน นักศึกษา ว่า ได้มอบให้สำนักงานปลัดศธ. ไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบว่ามีกฎกระทรวงอยู่ 2 ฉบับ ซึ่งออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เม.ย. 2515 คือฉบับที่ 1 พ.ศ.2515 ระบุห้ามไม่ให้นักเรียนชายไว้ผมข้างหน้าและกลางศีรษะยาวเกิน 5 ซม. และชายผมรอบศีรษะต้องตัดเกรียนชิดผิวหนัง และ 2.นักเรียนหญิงตัดผมหรือไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากร.ร.หรือสถานศึกษาใดอนุญาตให้ไว้ยาวเกินกว่านั้นก็ให้รวบให้เรียบร้อย ต่อมามีการแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าวเพิ่มเติมจนเป็นกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 6 ม.ค. พ.ศ.2518 ระบุว่า 1.นักเรียนชายให้ตัดผมหรือไว้ผมยาวจนด้านข้าง และด้านหลังยาวเลยตีนผม 2.นักเรียนหญิงให้ตัดผมหรือไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากโรงเรียนหรือสถานศึกษาใดอนุญาตให้ไว้ยาวเกินก็ให้รวบให้เรียบร้อย


รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ถ้าตีความตามกฎกระทรวง พ.ศ.2515 นักเรียนชายจะต้องไว้ผมด้านข้างและด้านหลังเกรียน แต่กฎกระทรวง พ.ศ.2518 เปลี่ยนแปลงให้นักเรียนชายไว้ผมรองทรงได้ ไม่ต้องตัดผมด้านข้างหรือด้านหลังจนเกรียน แต่ในทางปฏิบัติร.ร.ยังคงยึดติดกับทรงผมเกรียนตามกฎกระทรวง พ.ศ.2515 ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะกฎกระทรวงฉบับใหม่ เปิดโอกาสให้เด็กไว้ทรงยามแบบรองทรงได้ ส่วนทรงผมของนักเรียนหญิงนั้น ทั้ง 2 ฉบับ กำหนดให้นักเรียนหญิงไว้ผมสั้นหรือยาวได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของร.ร. ซึ่งตนก็เห็นว่าเป็นเรื่องไม่มีเหตุผลเช่นกัน ที่จะให้ทรงผมนักเรียนหญิงของแต่ละร.ร.มีความแตกต่างกันไป ตนจะให้ทางศธ.ทำข้อแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการไว้ผมยาวของนักเรียนหญิง เช่น ถ้าไว้ผมยาวต้องรวบผมให้เรียบร้อย และทุกร.ร.จะต้องปฏิบัติให้เหมือนกัน อนุญาตให้นักเรียนหญิงไว้ผมสั้นหรือยาวเลยต้นคอได้ แต่ต้องรวบให้เรียบร้อย


“เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องทรงผมนักเรียน ขณะนี้ผมได้มอบให้สป.ศธ. ไปจัดทำหนังสือเวียนเพื่อแจ้งไปยังสถานศึกษาในกำกับของศธ.ทุกแห่ง เรื่องทรงผมนักเรียนนั้นต้องยึดกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 ให้นักเรียนชายไว้ทรงยาวแบบรองทรงได้และให้นักเรียนหญิงเลือกไว้ผมสั้นหรือยาวได้" นายพงศ์เทพกล่าว

(ที่มา:ข่าวสดออนไลน์)

กางบัญชีเงินเดือนครูใหม่ ของขวัญต้อนรับปี"56


คอลัมน์ ชีพจรครู (มติชนรายวัน 12 ธ.ค.2555)


"ชีพจรครู" สัปดาห์นี้ มีข่าวดีมาแจ้งเพื่อนครูอีกเหมือนเคย ซึ่งจะว่าเป็นของขวัญสำหรับปีใหม่ก็คงไม่ผิดนัก...

การประชุม "คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)" ที่มี "นางรัตนา ศรีเหรัญ" เลขาธิการ ก.ค.ศ.เป็นประธานเมื่อปลายพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีมติรับทราบตามที่สำนักงาน ก.ค.ศ. เสนอการกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ.รับรองเพื่อการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ครู เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจได้เปลี่ยนแปลงไป และค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างมาก ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจและรักษาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีความสามารถให้อยู่ในระบบราชการ ที่สำคัญนโยบายรัฐบาลกำหนดให้แรงงานมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 300 บาทต่อวัน และผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 15,000 บาท ฉะนั้น ก.ค.ศ.จึงกำหนดอัตราเงินเดือนใหม่ดังกล่าวเพื่อรองรับและปรับอัตราเงินเดือนผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูฯ ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2555

โดยบัญชีเงินเดือนในส่วนที่ปรับเพิ่มของข้าราชการครูฯ ที่บรรจุก่อนวันที่ 1 มกราคม 2555 มีดังนี้ คุณวุฒิปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี อันดับ "ครูผู้ช่วย" อัตราเงินเดือนเดิม 8,340-17,690 บาท อัตราใหม่ 11,920-18,690 บาท เงินเพิ่ม 740-3,580 บาท, "คศ.1" อัตราเดิม 8,540-21,570 บาท อัตราใหม่ 11,920-22,000 บาท เงินเพิ่ม 80-3,380 บาท, "คศ.2" อัตราเดิม 13,160-21,460 บาท อัตราใหม่ 14,660-21,950 บาท เงินเพิ่ม 490-2,540 บาท, "คศ.3" อัตราเดิม 13,160-19,410 บาท อัตราใหม่ 14,660-19,860 บาท เงินเพิ่ม 450-1,520 บาท

ปริญญาตรี หลักสูตร 5 ปี และประกาศนียบัตรบัณฑิตที่มีหลักสูตรการศึกษาไม่น้อยกว่า 1 ปี ต่อจากวุฒปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี อันดับ "ครูผู้ช่วย" อัตราเดิม 9,140-17,690 บาท อัตราใหม่ 12,530-18,690 บาท เงินเพิ่ม 1,000-3,390 บาท, "คศ.1" อัตราเดิม 9,210-23,360 บาท อัตราใหม่ 12,530-23,810 บาท เงินเพิ่ม 50-3,320 บาท, "คศ.2" อัตราเดิม 13,160-22,940 บาท อัตราใหม่ 15,430-23,450 บาท เงินเพิ่ม 480-2,540 บาท, "คศ.3" อัตราเดิม 13,160-23,280 บาท อัตราใหม่ 15,430-23,910 บาท เงินเพิ่ม 450-2,270 บาท ปริญญาตรีหลักสูตรทั่วไปและปริญญาตรีหลักสูตร 6 ปี อันดับ "ครูผู้ช่วย" อัตราเดิม 10,190-17,690 บาท อัตราใหม่ 15,430-19,510 บาท เงินเพิ่ม 1,790-5,240 บาท, "คศ.1" อัตราเดิม 11,190-25,730 บาท อัตราใหม่ 15,440-26,210 บาท เงินเพิ่ม 480-5,250 บาท, "คศ.2" อัตราเดิม 13,160-25,930 บาท อัตราใหม่ 15,800-26,450 บาท เงินเพิ่ม 490-3,310 บาท, "คศ.3" อัตราเดิม 13,160-25,740 บาท อัตราใหม่ 15,800-26,350 บาท เงินเพิ่ม 600-3,100 บาท

ปริญญาเอกหรือเทียบเท่า อันดับ "ครูผู้ช่วย" อัตราเดิม 13,770-16,690 บาท อัตราใหม่ 19,100-19,510 บาท เงินเพิ่ม 1,790-5,330 บาท, "คศ.1" อัตราเดิม 13,860-30,710 บาท อัตราใหม่ 19,100-31,190 บาท เงินเพิ่ม 480-5,250 บาท, "คศ.2" อัตราเดิม 13,910-35,050 บาท อัตราใหม่ 19,460-35,640 บาท เงินเพิ่ม 580-5,550 บาท และ "คศ.3" อัตราเดิม 13,910-16,190 บาท อัตราใหม่ 19,410-19,410 บาท เงินเพิ่ม 3,220-5,500 บาท

"นับเป็นของขวัญปีใหม่ที่น่ายินดี ส่วนว่าครูคนไหนจะได้ปรับเพิ่มเท่าไรนั้น คงต้องไปเปรียบเทียบกับบัญชีเงินเดือนใหม่เอง..."